สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนการเลือกใช้บริการจัดหาคู่

หากคุณจะเลือกใช้บริการจัดหาคู่ คุณควรจะแน่ใจว่าได้เลือกบริษัทจัดหาคู่ที่ดี เพื่อการหาคู่ที่เหมาะสมและปลอดภัยจริงๆ รวมถึงบริการที่ต้องประทับใจ เนื่องจากคุณจะต้องเล่าเรื่องส่วนตัวทุกอย่างให้ฟัง ดังนั้น สิ่งต่อไปนี้ คือ สิ่งที่คุณควรพิจารณาก่อนการเลือกใช้บริการจัดหาคู่ ที่คุณจะฝาก Profile คุณ (รวมถึงอนาคตคุณ) ไว้ให้ Matchmaker หาคู่ให้คุณ

1. การบริการที่ดี – สามารถทดสอบได้จากการโทรพูดคุยสอบถามเจ้าหน้าที่ของแต่ละที่ ว่าตอบปัญหาอย่างไร ความอดทนใส่ใจในการตอบปัญหา ความสุภาพความตั้งใจในการตอบคำถาม เพราะหากแค่โทรไป แล้วเขายังไม่ได้เงินเรา เขายังตอบคำถามแบบตอบไปที พูดจาสั้นห้วน กระชาก ทำท่าหยิ่งยโส ว่าเราต้องมาขอความช่วยเหลือ (แบบแนวข้าราชการเก่า) อย่าไปใช้ค่ะ วี่แววไม่ดีล่ะ ได้เงินเราไปแล้ว จะเป็นอย่างไรล่ะคะ

2. เป็นบริษัทที่เปิดมานาน มีชื่อเสียง มีที่ตั้งออฟฟิศเป็นหลักแหล่ง – เนื่องจากบริษัทฯที่เปิดมานาน จะเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี มีฐานลูกค้าจำนวนมากกว่าบริษัทฯที่เพิ่งจะเปิด และบริษัทฯที่มีที่ตั้งเป็นหลักแหล่งแปลว่า ธุรกิจมั่นคง และบริษัทฯจริงจังในการทำธุรกิจ

3. ออกสื่อบ่อยๆ – ได้รับเชิญไปออกสื่อบ่อยๆ นั่นแปลว่า บริษัทฯเป็นที่น่าเชื่อถือมากระดับหนึ่ง ทางสื่อไม่ว่า ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร ถึงได้เชิญไปสัมภาษณ์ฟรีๆ เนื่องจากพื้นที่สื่อโฆษณาเหล่านี้ต้องรับผิดชอบต่อคนดู ดังนั้นเขาจะกลั่นกรองมาแล้วระดับหนึ่งว่า บริษัทฯ ที่เขาเลือกมาออกสื่อเขาต้องน่าเชื่อถือ

4. ซื้อสื่อโฆษณาบ่อยๆ สม่ำเสมอเพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ อยู่เสมอ – หากคุณดูบริษัทฯไหน ไม่ค่อยออกสื่อ ไม่ค่อยซื้อโฆษณา แล้วคุณจะมีตัวเลือก match สักเท่าไหร่ล่ะคะ

5. มีอัตราการประสบความสำเร็จสูง – อย่าดูจากที่เขาเขียนบนหน้าเวบนะคะ มันเชื่อไม่ได้เท่าไหร่ (บางบริษัทฯบอกว่า มีสำนักงานทั่วโลก แต่ภาษาอังกฤษเขาทั้งหน้าเวบและ print ad เขายังผิด grammar แบบไม่น่าให้อภัยอย่างแรง : )) ดูจากการทำงาน เขาดีกว่าค่ะ ดูจาก Blog หากเขามี ว่าลูกค้าเขียนถึงเขาอย่างไร (แต่บางที่ ก้อมี make นะคะ ต้องใช้วิจารณญาณค่ะ แต่สังเกตุได้ค่ะ หาก Make ขึ้นมา ข้อความจะแข็งๆ ไม่เป็นธรรมชาติ : ))

6. มีระบบการทำงานที่ดี – ลองสอบถามแต่ละบริษัทฯดูค่ะ ว่าเขามีการทำงานอย่างไร หากเป็นการแค่สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์แล้วโอนเงิน แล้วเริ่มใช้บริการได้ เขาจะจับคู่ให้คุณได้อย่างไร หน้าคุณ การแต่งตัวคุณ เขายังไม่เห็น อย่าได้พูดถึงเอกสารของคุณที่เขาไม่เคยขอดู แล้วเขาจะตรวจสอบลูกค้าแต่ละท่านได้อย่างไร

7. พูดจาเชื่อถือได้แค่ไหน – หรือว่าพูดไปเรื่อยเปื่อย เกินจริง พนักงานมีอยู่ 2 ท่าน บอกว่ามี 5 ท่านเป็นต้น : ) อันนี้ ต้องไปดูที่ออฟฟิศเขาค่ะ ; ) พูดอย่างไรใครก้อพูดได้ : )

8. ราคาบอกอะไร – มี 2 แง่ค่ะ
1. เหมือนเวลาเราซื้อคอนโด หรือบ้านน่ะค่ะ บ้าน Land and House กับ บ้าน KC เพื่อนบ้านคุณ ก็ไม่เหมือนกัน

2. ค่าใช้จ่ายของบริษัทจัดหาคู่ที่ดี มากกว่าครึ่งหนึ่งควรจะเป็นค่าใช้จ่ายของการทำโฆษณา ซึ่งราคาดังกล่าวจะมาสะท้อนอยู่ในค่าบริการ ราคาต่ำอาจสะท้อนได้ถึงค่าใช้จ่าย ในงบโฆษณาที่ต่ำตามไปด้วย

9. ชื่อเสียงที่บอกต่อ – ส่วนใหญ่ ใครทำดี ก้อมักจะมีคนชม ใครทำไม่ดี ก้อมักจะมีคนบ่น ลองฟังๆ ถามๆจากเพื่อนที่ใช้บริการดู ก้อพอจะทราบ แต่อันนี้ ต้องเลือกฟังจากคนที่น่าเชื่อถือได้ มีวุฒิภาวะทางอารมณ์สูงหน่อยนะคะ

ใครที่คิดจะใช้บริการจัดหาคู่ก็อย่าลืมสำรวจหรือพิจารณาสิ่งเหหล่านี้กันดูนะค่ะ

การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่แทนที่ผลิตภัณฑ์เดิมเพื่อเพิ่มยอดขายในอนาคต

ความคิดในเรื่องผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างหนึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นแนวคิดของผลิตภัณฑ์ได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับว่าใครจะใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ และจะได้ประโยชน์อย่างไร ใช้โอกาสไหน และจากแนวคิดของผลิตภัณฑ์ก็จะได้แนวคิดตราสินค้า เมื่อได้แนวคิดแล้วก็จะต้องทำการทดสอบแนวคิดนั้นว่าเหมาะสมที่จะนำมาใช้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหรือไม่

การออกแบบผลิตภัณฑ์ตามที่ลูกค้าต้องการในทัศนคติของบริษัทเองเป็นเรื่องที่ง่าย เมื่อเทียบกับการออกแบบตามที่ลูกค้าจริงๆต้องการ ลูกค้าแต่ละคนมีความชอบแตกต่างกัน ผลิตภัณฑ์ที่พยายามตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกคน โดยทั่วไปแล้วจะไม่สามารถทำให้ลูกค้าสักคนรู้สึกประทับใจได้ การทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าโดยพยายามออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายก็จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

การมองหาปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของการออกผลิตภัณฑ์ใหม่

1. ต้นทุนของการนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาด บางครั้งบริษัทต้องพยายามหาความคิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่มากมาย เพื่อให้สรุปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้เพียง 1 หรือ 2 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งทำให้ต้นทุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต และการตลาดสูง
2. การขาดเงินทุนหมุนเวียนบางครั้งบริษัทมีความคิดเกี่ยวกับบริษัทใหม่ แต่ขาดเงินทุนในการพัฒนา
3. เร่งเวลาที่ใช้พัฒนาให้เร็วขึ้น คู่แข่งขันมีโอกาสที่จะมีความคิดในเรื่องผลิตภัณฑ์ใหม่เหมือนกับเรา การที่บริษัทจะเอาชนะคู่แข่งขันได้ ก็โดยทำการผลิตสินค้าออกสู่ตลาดก่อน
4. การทำให้วงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์สั้นลง เมื่อผลิตภัณฑ์ใหม่ประสบความสำเร็จ เป็นการง่ายที่คู่แข่งจะทำผลิตภัณฑ์ลอกเลียนแบบออกจำหน่าย
5. การขาดความคิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ในบางพื้นที่ทำให้มีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์พื้นฐาน
6. การที่ตลาดแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน บริษัทควรจะตั้งเป้าหมายที่จะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกจำหน่ายในตลาดที่มีขนาดเล็กก่อน ซึ่งก็ทำให้ยอดขายและกำไรต่ำ
7. ข้อจำกัดของสังคมและกฎระเบียบของรัฐบาล เช่นในเรื่องความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งทำให้ชะลอการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู้ตลาด โดยเฉพาะในตลาดยา หรือในเรื่องความยากในการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่และการตัดสินใจโฆษณาก็มีผลต่อความสำเร็จในการนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาด

เพราะในสภาวะการแข่งขันที่สูงในปัจจุบัน บริษัทที่ไม่มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่จะเสี่ยงต่อความล้มเหลว เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค เทคโนโลยีใหม่ วงชีวิตของผลิตภัณฑ์สั้นลง และการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศสูงขึ้น ขณะเดียวกันการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ก็มีความเสี่ยงสูง นักการตลาดบางคนเชื่อว่าอัตราการล้มเหลวในการนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอาจสูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว